ประหยัดงบประมาณกับเครื่องอุ่นสารละลายในประเทศ

0
63

การเลือกใช้งาน เครื่องอุ่นน้ำเกลือ หรือ เครื่องอุ่นสารละลาย

ในปัจจุบันทางหน่วยงานโรงพยาบาลมีการจัดหาครุภัณฑ์ เครื่องอุ่นน้ำเกลือ หรือ เครื่องอุ่นสารละลาย จากตัวแทนภายในประเทศซึ่งจะมีทั้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เช่น เยอรมัน จีน เป็นต้น แต่มักพบปัญหาที่สำคัญคือ มีราคาสูง และค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างแพง การเลือกผลิตภัณฑ์ ตู้อุ่นน้ำเกลือ ตู้เย็นเก็บยา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุข 

ในปี 2017 มูลค่าตลาดถุงน้ำเกลือ หรือ สารละลายน้ำเกลือ มีมูลค่าประมาณ 1,363 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2027 คาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 2,316 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยอัตราการเติบโต 5.4% ในช่วงปี ค.ศ. 2017-2027 ภูมิภาคอเมริกาเหนือ(สหรัฐอเมริกาและแคนนาดา) เป็นผู้นำมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดกลุ่มถุงน้ำเกลือ เนื่องมาจาก ภูมิภาคอเมริกาเหนือ มีรูปแบบที่หลากหลายในการให้บริการทางการแพทย์ และเป็นพื้นที่ที่ปริมาณประชากรมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูง

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลาดกลุ่มนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และขยายตัวที่สูงมาก เนื่องจากมีการขยายบริการทางด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะทางชนบทมากยิ่งขึ้น ปริมาณประชากรที่เพิ่มสูงมากขึ้น และการส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี
ในปี 2017 ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำเกลือ มีมูลค่า 488.20 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.42 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016

ส่วนมูลค่าการส่งออก 6,365.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.06 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016 มีประเทศคู่ค้าที่สำคัญคือ สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยมีบริษัทที่ธุรกิจเกี่ยวกับถุงน้ำเกลือรายใหญ่ทั้งหมด 5 ราย คือ บริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท นิตตะ เอ็ม แอนด์ ที จำกัด, บริษัท บีเวอร์ เมดิคอล อินดัสตรี จำกัด, บริษัท เอ็ม.อี. เมดิเทค จำกัด, บริษัท สีดา อินดัสเทรียลไลซ์, บริษัท บีเวอร์ เมดิคอล อินดัสตรี จำกัด

Facebook Comments

LEAVE A REPLY