ประหยัดงบประมาณกับเครื่องอุ่นสารละลายในประเทศ

0
98

เครื่องอุ่นสารละลาย เครื่องอุ่นน้ำเกลือ อีกหนึ่งทางเลือกใช้งาน   

ในปัจจุบันทางหน่วยงานโรงพยาบาลมีการจัดหาครุภัณฑ์ เครื่องอุ่นน้ำเกลือ หรือ เครื่องอุ่นสารละลาย จากตัวแทนภายในประเทศซึ่งจะมีทั้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เช่น เยอรมัน จีน เป็นต้น แต่มักพบปัญหาที่สำคัญคือ มีราคาสูง และค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างแพง การเลือกผลิตภัณฑ์ ตู้อุ่นน้ำเกลือ ตู้เย็นเก็บยา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุข 

ในปี 2017 มูลค่าตลาดถุงน้ำเกลือ หรือ สารละลายน้ำเกลือ มีมูลค่าประมาณ 1,363 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2027 คาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 2,316 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยอัตราการเติบโต 5.4% ในช่วงปี ค.ศ. 2017-2027 ภูมิภาคอเมริกาเหนือ(สหรัฐอเมริกาและแคนนาดา) เป็นผู้นำมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดกลุ่มถุงน้ำเกลือ เนื่องมาจาก ภูมิภาคอเมริกาเหนือ มีรูปแบบที่หลากหลายในการให้บริการทางการแพทย์ และเป็นพื้นที่ที่ปริมาณประชากรมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูง

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลาดกลุ่มนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และขยายตัวที่สูงมาก เนื่องจากมีการขยายบริการทางด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะทางชนบทมากยิ่งขึ้น ปริมาณประชากรที่เพิ่มสูงมากขึ้น และการส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี
ในปี 2017 ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำเกลือ มีมูลค่า 488.20 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.42 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016

ส่วนมูลค่าการส่งออก 6,365.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.06 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016 มีประเทศคู่ค้าที่สำคัญคือ สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยมีบริษัทที่ธุรกิจเกี่ยวกับถุงน้ำเกลือรายใหญ่ทั้งหมด 5 ราย คือ บริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท นิตตะ เอ็ม แอนด์ ที จำกัด, บริษัท บีเวอร์ เมดิคอล อินดัสตรี จำกัด, บริษัท เอ็ม.อี. เมดิเทค จำกัด, บริษัท สีดา อินดัสเทรียลไลซ์, บริษัท บีเวอร์ เมดิคอล อินดัสตรี จำกัด

อัตราการใช้งานเครื่องอุ่นน้ำเกลือและเครื่องอุ่นสารละลายสูงขึ้น

จากปริมาณการใช้น้ำเกลือที่สูงขึ้นจากข้อมูลข้างต้น ทำให้ประเทศไทยมีการสั่งซื้อหรือนำเข้าสินค้าสารละลายน้ำเกลือในปริมาณมาก ตามโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีการสั่งซื้อสินค้า เครื่องอุ่นสารละลาย ปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย

 

LEAVE A REPLY