ตู้เย็นเก็บโลหิตครุภัณฑ์ที่สำคัญในการเก็บรักษาเลือด

ตู้เย็นเก็บโลหิต (Blood Bank Refrigerator)

การเก็บรักษาเลือดจะต้องมีกระบวนการควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน และข้อกำหนดในเรื่องของ Blood cold chain เพื่อให้เลือดมีคุณภาพตั้งแต่ต้นจนถึงผู้รับ ซึ่งครุภัณฑ์ที่สำคัญใน blood cold chain เพื่อใช้ในการเก็บรักษาเลือดและส่วนประกอบของเลือดในคลังนั้นก็ได้แก่ ตู้เย็นเก็บเลือด , ตู้เก็บพลาสมาแช่แข็ง และตู้เย็นเก็บเกล็ดเลือด

ตู้เย็นเก็บเลือด
ตู้เย็นเก็บเลือด 2-6 องศาเซลเซียส

ตู้เย็นเก็บโลหิต ใช้ในการเก็บรักษาเลือดประเภทเม็ดเลือดแดงที่อุณหภูมิ +2 ถึง +6 องศาเซลเซียส มีความเที่ยงตรง บวกลบ 1 องศาเซลเซียส ต้องทำงานได้ในสภาวะอุณหภูมิโดยรอบ ตั้งแต่ +10 ถึง +43 องศาเซลเซียส โดยตู้เย็นจะต้องมีฉนวนป้องกันความร้อนที่แข็งแรงและหนาพอที่จะรักษาอุณหภูมิให้คงอยู่ระหว่าง +2 ถึง +6 องศาเซลเซียสตลอดเวลา แม้ในช่วงกระแสไฟฟ้าขัดข้อง พื้นผิวภายในตู้ควรทำด้วยโลหะปลอดสนิมและทนทานต่อการขีดข่วน ส่วนพื้นผิวภายนอกตู้ควรผลิตจากวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อน ซึ่งตู้เย็นเก็บเลือดที่ใช้ในประเทศที่กำลังพัฒนาหรือบริเวณที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ จะเป็นตู้เย็นเก็บเลือดขนาดเล็ก โดยใช้พลังงานแสงหรือแบตเตอรี่

ตู้เย็นเก็บพลาสมาแช่แข็ง (Plasma freezer)

ตู้เย็นเก็บโลหิต สำหรับแช่แข็งอุณหภูมิประมาณ -20 ถึง -40 องศาเซลเซียส และมีความเที่ยงตรง บวกลบ 1 องศาเซลเซียส ซึ่งตู้เย็นแช่แข็งนี้จำเป็นต้องต่อกับกระแสไฟฟ้าหรือแหล่งให้กระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าตู้เย็นต้องใช้งานได้ตลอดเวลา มากกว่า 24 ชั่วโมง โดยไม่มีการปิดพัก มีพัดลมเพื่อกระจายความเย็นให้ทั่วถึงทุกจุดภายในตู้ ซึ่งชั้นวางพลาสมาแช่แข็งจะต้องออกแบบให้สามารถเปิดแยกแต่ละชั้น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้สูญเสียความเย็นโดยไม่จำเป็น ส่วนฉนวนป้องกันจะต้องหนาเป็นพิเศษเหมือนกันกับตู้เย็นเก็บเลือด 4 องศาเซลเซียส และในการเก็บถุงพลาสมาเข้าในตู้เย็นแช่แข็ง จะต้องทยอยแช่ทีละน้อย ซึ่งจะช่วยให้อุณหภูมิของพลาสมาลดลงถึงจุดเยือกแข็งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

Plasma Freezer -20Plasma Freezer -40

ตู้แช่และเขย่าเกล็ดโลหิต (Platelet agitators)

ตู้แช่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเก็บเกล็ดเลือดโดยเฉพาะ ตั้งอุณหภูมิที่ +20 ถึง +24 องศาเซลเซียส และต้องใช้กระแสไฟฟ้าเท่านั้น โดยจะต้องมีชั้นวางที่สามารถถ่ายเทอากาศของผนังถุงเกล็ดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีการเขย่าเบา ๆ ตลอดเวลา ซึ่งชั้นวางและเขย่าถุงเก็บเกล็ดเลือด ควรถูกออกแบบให้บรรจุอยู่ภายในตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิหรือออกแบบให้วางไว้ภายนอก ในห้องที่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ +20 ถึง +24 องศาเซลเซียส โดยในการเขย่าจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ควรมีระยะห่างประมาณ 1.5 นิ้วฟุต หรือ 3.6-4.0 องศาเซลเซียส และมีการเขย่า 65-75 ครั้งต่อนาที ซึ่งเครื่องเขย่าต้องทนทานต่องานหนักได้ตลอดเวลา โดยปราศจากเสียงดัง และในกรณีที่เป็นตู้เก็บ ประตูจะต้องใสสามารถมองเห็นจากภายนอก

การใช้งานตู้เย็นเก็บโลหิตและตู้แช่แข็งของคลังเลือดแต่ละแห่ง ต้องมีการบำรุงรักษาเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในคู่มือคุณภาพ ซึ่งอาจอ้างอิงมาตรฐานสากล โดยมีรายการที่ต้องตรวจสอบทุกวันคือ การตรวจวัดอุณหภูมิและการบันทึกอุณหภูมิ การทดสอบสัญญาณเตือน ส่วนรายการที่ควรตรวจสอบทุกอาทิตย์ก็คือ temperature record chart และถ้าเป็นไปได้ควรทำการทดสอบการทำงานของสัญญาณเตือนที่อุณหภูมิออกนอกขอบเขตอุณหภูมิที่ใช้งานของตู้เย็นเก็บเลือดหรือตู้แช่แข็ง ทุกรอบ 3 เดือน

Facebook Comments